รวบรวมคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับงานศุลกากร
ทั้งนี้ รถยนต์ อาวุธปืนและกระสุนปืน เสบียง เครื่องดนตรี เครื่องกีฬาและอุปกรณ์กีฬา ไม่ได้รับการยกเว้นอากร
ที่มา : กรมศุลกากร
วันที่ปรับปรุงล่าสุด : 25 กันยายน 2563


ที่มา : กรมศุลกากร
วันที่ปรับปรุงล่าสุด : 22 กุมภาพันธ์ 2562
ศบ. ย่อมาจาก ศุลกากรทางบก เป็นแบบรายงานยานพาหนะและสินค้าที่บรรทุกมาในยานพาหนะนั้นๆ เทียบได้กับ บัญชีสินค้าสำหรับเรือ (Manifest) ปัจจุบันสามารถส่งได้ทั้งอิเล็กทรอนิกส์ หรือ มายื่นเป็นกระดาษกับเจ้าหน้าที่ที่ด่านพรมแดน เมื่อผ่านด่านพรมแดนจะได้เลขที่บัญชีสินค้าทางบก เป็นเลข 17 หลัก ต้องเอาไปใส่ในช่องเลขที่ใบตราส่งในใบขนสินค้าขาเข้า เช่น รถยนต์หมายเลข 11111 ขนส่งของมาทั้งหมด 2 ราย
ยื่น ศบ.1 ที่ด่านพรมแดน ได้เลขที่ 5141 02 11 100000215
| รหัสด่าน | ปี | เดือน | เลขลำดับของแต่ละเดือน |
|---|---|---|---|
| 5141 | 02 | 11 | 100000215 |
ในการทำใบขนฯจะแยกยื่นเป็นของแต่ละคน ของนาย ก. จะนำเลข 17 หลักไปใส่ในช่อง Master Bill of Lading นำรายการที่ 1 ไปใสในช่อง House Bill of Lading ปกติ ถ้าใน ศบ. มีรายการเดียว จะทำใบขนฯ 1 ฉบับ ตามจำนวนของที่บรรทุกมา แต่เนื่องจากมีของบางอย่างนำเข้าหลายเที่ยวในวันเดียวกัน และประสงค์จะขอทำใบขนฯรวมฉบับเดียว หรือ เป็นของที่นำเข้าหลายวันเนื่องจากไม่สามารถมาในวันเดียวกันได้ เช่น สินค้าเกษตร กรมศุลกากรอนุญาตให้ทำใบขนสินค้าใบเดียวได้ต่อเมื่อเป็นของไม่มีอากร และ VAT โดย ดำเนินการ ดังนี้
เมื่อรถคันแรกมาถึง จะใช้เลข ศบ. ของรถคันแรกทำใบขนฯตามจำนวนทั้งหมดที่จะนำเข้าและใช้วันนำเข้าตามรถเที่ยวแรก และ ผู้นำเข้ายื่นคำขอตรวจปล่อยบางส่วน เมื่อได้รับอนุมัติจะมีการตรวจปล่อยสินค้าแต่ละเที่ยว จนกว่ารถทั้งหมดจะมาครบ ในขั้นตอนต่อไปจะดำเนินการเหมือนรถมาพร้อมกันในวันเดียวกัน ใบขนสินค้าจะสมบูรณ์ในวันสุดท้าย แต่เนื่องจากเป็นของที่ไม่มีค่าภาษีอากรจึงไม่มีข้อกังวลใดๆ
ที่มา : กรมศุลกากร
วันที่ปรับปรุงล่าสุด : 8 สิงหาคม 2562
พ.ร.ก.พิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ.2530 ภาค 4 ประเภท 1 บัญญัติให้ยกเว้นอากรขาเข้ากับสินค้านำเข้าที่พิสูจน์ได้ว่า เป็นสินค้าที่ผลิตในราชอาณาจักรและไม่ได้ใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีอากรใดๆที่ได้ส่งออกไปต่างประเทศและนำกลับเข้ามาโดยไม่เปลี่ยนแปลงลักษณะหรือรูป หรือเป็นสินค้าต่างประเทศ ที่ได้เคยนำเข้ามาในประเทศไทย และชำระค่าภาษีอากร และได้ส่งออกไปต่างประเทศ โดยไม่ได้ขอคืนอากรขาเข้า และได้นำกลับเข้ามา โดยไม่เปลี่ยนแปลงลักษณะหรือรูปร่าง ดังนั้นหากสินค้าของท่าน เป็นไปตามข้อกำหนดดังกล่าว โดยสามารถพิสูจน์ตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขที่กรมศุลกากรกำหนด การนำกลับเข้ามาขายในประเทศ จะไม่ต้องเสียภาษีอากรขาเข้า แต่หากไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังกล่าว ของนั้นต้องชำระค่าภาษีอากร
ที่มา : กรมศุลกากร
วันที่ปรับปรุงล่าสุด : 8 สิงหาคม 2562
ที่มา : กรมศุลกากร
วันที่ปรับปรุงล่าสุด : 25 กันยายน 2563
ที่มา : กรมศุลกากร
วันที่ปรับปรุงล่าสุด : 25 กันยายน 2563
ที่มา : กรมศุลกากร วันที่ปรับปรุงล่าสุด : 25 กันยายน 2563
ให้ระบุราคาขายปลีกแนะนำ ตามแบบแจ้งราคาขายปลีกแนะนำ (ภส.02-01) ในช่อง Deducted Amount ยกเว้นกรณี
ที่มา : กรมสรรพสามิต



ที่มา : กรมศุลกากร
วันที่ปรับปรุงล่าสุด : 29 พฤศจิกายน 2566
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : ศูนย์บริการศุลกากร อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา ชั้น 1
หมายเลขโทรศัพท์ : 1164
อีเมล์ : [email protected]
การผ่านพิธีการศุลกากรเพื่อส่งออกของที่มีปริมาณเล็กน้อยตามแนวชายแดน ณ ด่านพรมแดนหรือจุดผ่านแดนถาวร หรือจุดผ่านแดนชั่วคราว หรือจุดผ่อนปรนทางการค้า ให้ผู้ส่งของออกยื่นใบแจ้งรายละเอียดสินค้าขาออก (กศก.153) พร้อมสําเนา 1 ฉบับ ต่อพนักงานศุลกากร ณ ด่านพรมแดน หรือจุดผ่านแดนถาวรหรือจุดผ่านแดนชั่วคราว หรือจุดผ่อนปรนทางการค้า เพื่อให้พนักงานศุลกากรตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วน ของของที่ส่งออกให้ตรงตามที่สําแดง และบันทึกรับรองการส่งออกเพื่อเป็นหลักฐานให้กับผู้ส่งของออกในการดําเนินการเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่มต่อกรมสรรพากร โดยของที่ส่งออกจะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขดังต่อไปนี้
- มีมูลค่าไม่เกิน 50,000 บาท (ห้าหมื่นบาทถ้วน)
- ไม่เป็นของที่ต้องเสียภาษีอากร ของต้องห้าม หรือต้องกํากัดในการส่งออกตามกฎหมาย
- ไม่ได้ใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีอากรภายใต้กฎหมายศุลกากร หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องเว้นแต่ภาษีมูลค่าเพิ่ม
ที่มา : คลังข้อมูลทางการค้าของไทย วันที่ปรับปรุงล่าสุด : 11-01-2024
ที่มา : คลังข้อมูลทางการค้าของไทย
วันที่ปรับปรุงล่าสุด : 11-01-2024
มาตรา 28
ผู้นําของเข้ามาในราชอาณาจักรและเสียอากรแล้ว หากส่งของนั้นกลับออกไปนอกราชอาณาจักร หรือ ส่งไปเป็นของใช้สิ้นเปลืองในเรือ หรืออากาศยานที่เดินทางออกไปนอกราชอาณาจักร ให้มีสิทธิขอคืนอากรขาเข้า สําหรับของนั้นเก้าในสิบส่วน หรือส่วนที่เกินหนึ่งพันบาทของจํานวนที่ได้เรียกเก็บไว้ โดยคํานวณตามใบขนสินค้าขาออกแต่ละฉบับ แล้วแต่จํานวนใดจะสูงกว่า แล้วแต่จํานวนใดจะสูงกว่า ตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้
หลักเกณฑ์

ที่มา : กรมศุลกากร
วันที่ปรับปรุงล่าสุด : 07-09-2564
ที่มา : กรมศุลกากร
วันที่ปรับปรุงล่าสุด : 5 มิถุนายน 2561
พ.ร.ก.พิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ.2530 ภาค 4 ประเภท 1 บัญญัติให้ยกเว้นอากรขาเข้ากับสินค้านำเข้าที่พิสูจน์ได้ว่า เป็นสินค้าที่ผลิตในราชอาณาจักรและไม่ได้ใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีอากรใดๆที่ได้ส่งออกไปต่างประเทศและนำกลับเข้ามาโดยไม่เปลี่ยนแปลงลักษณะหรือรูป หรือ เป็นสินค้าต่างประเทศที่ได้เคยนำเข้ามาในประเทศไทยและชำระค่าภาษีอากรและได้ส่งออกไปต่างประเทศโดยไม่ได้ขอคืนอากรขาเข้า และได้นำกลับเข้ามาโดยไม่เปลี่ยนแปลงลักษณะหรือรูปร่าง ดังนั้นหากสินค้าของท่านเป็นไปตามข้อกำหนดดังกล่าว โดยสามารถพิสูจน์ตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขที่กรมศุลกากรกำหนด การนำกลับเข้ามาขายในประเทศจะไม่ต้องเสียภาษีอากรขาเข้า แต่หากไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังกล่าว ของนั้นต้องชำระค่าภาษีอากร
- ที่มา : กรมศุลกากร
- วันที่ปรับปรุงล่าสุด : 5 มิถุนายน 2561
ราคา CIF มีเงื่อนไขการส่งมอบคือผู้ขายจะสิ้นสุดภาระการส่งมอบสินค้าเมื่อสินค้าวางบนเรือ ณ ต้นทาง และผู้ขายเป็นผู้รับผิดชอบในการทําพิธีการส่งออก รวมทั้งทำสัญญาการขนส่ง จ่ายค่าระวางเรือ และค่าประกันภัย เพื่อคุ้มครองความเสี่ยงต่อความสูญหายหรือเสียหายของสินค้าระหว่างการขนส่งสินค้าจนถึงท่าเรือปลายทางที่ระบุ
ราคา FOB มีเงื่อนไขการส่งมอบคือผู้ขายจะสิ้นสุดภาระการส่งมอบเมื่อสินค้าวางบนสินค้า ณ ท่าเรือต้นทาง ผู้ขายเป็นผู้รับผิดชอบการทําพิธีการส่งออก ผู้ซื้อจะรับภาระในการทำสัญญาการขนส่ง จ่ายค่าระวางเรือ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ รวมทั้งค่าประกันภัยเพื่อคุ้มครองความเสี่ยงต่อความเสียหายของสินค้าจากจุดส่งมอบ (ท่าเรือต้นทาง)
ตามกฎหมายศุลกากรบัญญัติว่า ราคาศุลกากรสำหรับของที่นำเข้าต้องรวมค่าประกันภัย ค่าขนส่ง ค่าขนของลง ค่าขนของขึ้น และ ค่าจัดการต่างๆที่เกี่ยวกับการขนส่งของมา ยังท่า หรือที่หรือสนามบินศุลกากร ที่นำเข้า ดังนั้น กรณีราคาที่ตกลงซื้อขายกัน เป็นเงื่อนไขที่ไม่ได้รวมค่าใช้จ่ายข้างต้นเหล่านั้นไว้ เมื่อจะสำแดงราคาของที่นำเข้าในใบขนสินค้า จำเป็นที่จะต้องปรับราคานั้นๆให้เป็นราคา CIF
กฎหมายศุลกากรให้อำนาจอธิบดีกรมศุลกากรในการออกประกาศกำหนดมูลค่าที่เกี่ยวกับค่าประกันภัย ค่าขนส่ง ค่าขนของลง ค่าขนของขึ้น และ ค่าจัดการต่างๆที่เกี่ยวกับการขนส่งของมายังท่า หรือที่ หรือสนามบินศุลกากร ที่นำเข้า อธิบดีกรมศุลกากรได้กำหนดวิธีการไว้ ดังนี้
กรณีมีค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง ให้นำค่าใช้จ่ายดังกล่าวมารวมกับราคา FOB
กรณีไม่มีค่าใช้จ่ายจริง อธิบดีกรมศุลกากรได้กำหนดหลักเกณฑ์ไว้ ดังนี้
กรณีไม่มีเอกสารหลักฐานแสดงค่าประกันภัย ให้บวกค่าประกันภัย 1 % ของราคา FOB
กรณีไม่มีเอกสารหลักฐานแสดงค่าขนส่ง ให้ดำเนินการตามวิธีการขนส่งดังนี้
การนำเข้าทางเรือ และ ทางบก ให้บวกค่าขนส่ง 10% ของราคา FOB
การนำเข้าทางอากาศยาน ให้บวกค่าขนส่งเข้ากับราคาของและค่าประกันภัย ดังนี้
กรณีนี้อาจเกิดขึ้นจากเป็นของที่ซื้อขายกันโดยมีเงื่อนไขส่งมอบทางเรือและเป็นราคา CIF ทางเรือ แต่ผู้ขายส่งของมาให้ผู้ซื้อทางอากาศ การสำแดงราคาเพื่อคำนวณค่าภาษีอากร ต้องเป็นราคารวมค่าขนส่งและค่าประกันภัยทางอากาศ ผู้นำเข้าต้องแปลงราคา CIF ทางเรือ ให้เป็น CIF ทางอากาศ หากสามารถทราบราคาค่าขนส่งทางเรือให้นำจำนวนดังกล่าวมาหักออกได้ แล้วบวกด้วยค่าขนส่งทางอากาศยานที่ผู้ขายหรือผู้ส่งของออกได้ชำระไป แต่หากไม่ทราบค่าขนส่งทางเรือที่จะนำมาหักออก อธิบดีกรมศุลกากรกำหนดว่า ให้คำนวณค่าขนส่งของทางเรือในอัตราร้อยละ 10 ของราคาของ
การนำเข้าทางไปรษณีย์ ให้บวกค่าขนส่งตามอัตราไปรษณียากรสำหรับพัสดุไปรษณีย์ระหว่างประเทศ ของบริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด ที่ใช้อยู่ในขณะนำเข้า
หากไม่ปรากฏหลักฐานการชำระเงินที่เกี่ยวกับการขนส่ง การขนของลง การขนของขึ้นในการขนย้ายของจากสถานที่ส่งมอบไปยังท่าส่งออก ให้บวกด้วย 3% ของราคาดังกล่าว เพื่อแปลงให้เป็นราคา FOB ก่อน แล้วจึงคำนวณตามหลักเกณฑ์การแปลง FOB เป็น CIF ต่อไป
- ที่มา : กรมศุลกากร
- วันที่ปรับปรุงล่าสุด : 8 สิงหาคม 2562
สาเหตุที่ผู้ประกอบการไม่ได้รับเลขที่ใบขนสินค้าในระบบ Paperless เนื่องมาจากสาเหตุหลัก 3 เรื่อง ดังนี้
รายละเอียดของแต่ละสาเหตุมีดังนี้
ผู้ประกอบการค้างชำระค่าธรรมเนียมการผ่านพิธีการใบขนสินค้า ค่าธรรมเนียมการผ่านพิธีการใบขนสินค้า ( Service fee ) เป็นค่าธรรมเนียมที่กรมศุลกากรเรียกเก็บจากใบขนสินค้าขาเข้า และใบขนสินค้าขาออก ที่มีสถานะตรวจปล่อยแล้ว ฉบับละ 200 บาท ผู้ประกอบการสามารถชำระได้ทันทีที่ยื่นใบขนสินค้า หรือ ชำระเป็นรายเดือน ณ สำนักงานศุลกากรทุกแห่ง โดยในแต่ละเดือนกรมศุลกากรรวบรวมข้อมูลใบขนสินค้าที่ต้องชำระค่าธรรมเนียม โดยแบ่งเป็นใบขนสินค้าที่ชำระแล้ว กับ ใบขนสินค้าที่ค้างชำระ และส่งใบแจ้งยอดค่าธรรมเนียมรายเดือนให้ผู้ประกอบการทราบทางไปรษณีย์ทุกเดือนในเดือนถัดไป เช่น ใบแจ้งหนี้ของเดือนมิถุนายนจะเป็นการสรุปค่าธรรมเนียมการผ่านพิธีการของใบขนสินค้าที่ตรวจปล่อยในเดือนพฤษภาคม ผู้ประกอบการที่ไม่ไปดำเนินการชำระค่าธรรมเนียมภายในเวลาที่กำหนด กรมศุลกากรจะไม่อนุญาตให้ปฏิบัติพิธีการ ท่านสามารถตรวจสอบข้อมูลผ่านระบบ e-Tracking ในหน้าเว็บไซต์ของกรมศุลกากร เมนูย่อย “e-Tracking System” 
ผู้ประกอบการค้างชำระค่าธรรมเนียมการตรวจปล่อยนอกเวลาราชการ (Overtime fee) สำหรับใบขนสินค้าขาออกที่ส่งออกนอกราชอาณาจักรที่มีคำสั่ง “ให้เปิดตรวจ” การขอให้เจ้าหน้าที่ศุลกากรตรวจปล่อยสินค้า หรือ ดำเนินการใด ๆ นอกเวลาราชการตามที่กฎหมายกำหนด ผู้ประกอบการต้องชำระค่าธรรมเนียมการดำเนินการนอกเวลาราชการตามอัตราที่กำหนดในกฎหมาย ใบขนสินค้าขาออกที่ได้รับคำสั่ง “ให้เปิดตรวจ” หากขนย้ายมายังท่าส่งออกนอกเวลาราชการ เจ้าหน้าที่ศุลกากรที่ท่าปลายทางจะดำเนินการตรวจสอบสินค้า และผู้ประกอบการต้องชำระค่าธรรมเนียมดังกล่าว กรณีที่ไม่ชำระค่าธรรมเนียม เจ้าหน้าที่ศุลกากรจะออกประกาศแจ้งรายชื่อผู้ประกอบการที่ค้างชำระค่าธรรมเนียมติดประกาศไว้ที่สำนักงานศุลกากร เพื่อให้ผู้ประกอบการตรวจสอบและมาขอรับใบสั่งเก็บเงินไปชำระค่าธรรมเนียม กรณีพ้นกำหนด สำนักงานศุลกากรจะออกหนังสือแจ้ง ผู้ส่งออกเพื่อให้มาชำระค่าธรรมเนียม และหากเลยเวลาที่กำหนด ผู้ประกอบการยังไม่ชำระค่าธรรมเนียม กรมศุลกากรจะงดรับปฏิบัติพิธีการศุลกากรทางอิเล็กทรอนิกส์ทันที

(แผนภูมิขั้นตอนการชำระค่าธรรมเนียมตามใบสั่งเก็บเพื่อให้ชำระค่าทำการนอกเวลาราชการ)
- ที่มา : กรมศุลกากร
- วันที่ปรับปรุงล่าสุด : 8 สิงหาคม 2562
สามารถตรวจสอบข้อมูลการลงทะเบียนได้ที่ส่วนทะเบียนและสิทธิพิเศษ กองมาตรฐานพิธีการและราคาศุลกากร หมายเลขโทรศัพท์ 02-667-7000 ต่อ 20-4630, 20-4631 และ 20-6488
- ที่มา : กรมศุลกากร
- วันที่ปรับปรุงล่าสุด : 11 กันยายน 2562
การขอคืนค่าธรรมเนียมในการดำเนินพิธีการทางศุลกากรตามใบแจ้งหนี้ทุกกรณี ให้ติดต่อฝ่ายอากรถอนคืน ส่วนบริหารรายได้ สำนักงานเลขานุการกรม กรมศุลกากร หมายเลขโทรศัพท์ 02-6676150 หรือ 02-6677000 ต่อ 4553
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการจะต้องมีการลงทะเบียนเลขที่บัญชีเงินฝากธนาคารเพื่อความประสงค์ในการขอคืนเงินอากรแล้ว หากยังไม่ได้ลงทะเบียนให้แจ้งเพิ่มเติมโดยยื่นแบบคำขอเปลี่ยนแปลงข้อมูลทะเบียน (แบบคำขอหมายเลข 7 และแบบแนบ จ) พร้อมหลักฐานประกอบตามที่กำหนดไว้ในประกาศกรมศุลกากรที่ 64/.2561 ลงวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2561 ได้ที่หน่วยรับลงทะเบียนของกรมศุลกากร
เอกสารที่ต้องจัดเตรียมสำหรับการขอคืนค่าธรรมเนียม
- ที่มา : กรมศุลกากร
- วันที่ปรับปรุงล่าสุด : 12 กุมภาพันธ์ 2563
หากท่านได้รับใบแจ้งเตือนให้ชำระค่าธรรมเนียมในการดำเนินพิธีการทางศุลกากร จาก กองกฎหมาย ซึ่งเป็นหนี้ค้างเก่า ท่านสามารถดำเนินการดังนี้
ให้ติดต่อชำระได้ที่หน่วยงานบัญชีและอากรของสำนักงานศุลกากร / ท่าหรือที่ / หรือด่านศุลกากรทุกแห่ง หรือ ส่วนบริหารรายได้ สำนักงานเลขานุการกรม กรมศุลกากร คลองเตย กทม.
กรณีเฉพาะผู้ประกอบการอยู่ในจังหวัดที่ไม่มีด่านศุลกากร หรืออยู่ในพื้นที่ห่างไกล ด่านศุลกากร ซึ่งมีความจำเป็นและไม่สะดวกที่จะสามารถชำระตามใบแจ้งเตือนฉบับนี้ได้ ให้ติดต่อ ส่วนบริหารรายได้ สำนักงานเลขานุการกรม 02-667-6150-6154 โดยเจ้าหน้าที่จะรับเรื่องและสอบถามหลักฐานหนังสือแจ้งเตือนฯ ดังกล่าวและชี้แจงวิธีดำเนินการให้ทราบ
- ที่มา : กรมศุลกากร
- วันที่ปรับปรุงล่าสุด : 13 เมษายน 2563



- ที่มา : กรมศุลกากร
- วันที่ปรับปรุงล่าสุด : 4 ตุลาคม 2562.
มาตรา 12 เป็นการออกประกาศกระทรวงการคลังเพื่อประโยชน์แก่การเศรษฐกิจของประเทศ หรือเพื่อความผาสุกของประชาชน หรือเพื่อ ความมั่นคงของประเทศ ทั้งนี้ ตามมาตรา 12 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีมีอำนาจประกาศลดอัตราอากร หรือยกเว้นอากรสำหรับของใด ๆ จากอัตราที่กำหนดไว้ในพิกัดอัตราศุลกากร หรือเรียกเก็บอากรพิเศษเพิ่มขึ้นสำหรับของใด ๆ ไม่เกินร้อยละห้าสิบของอัตราอากรที่กำหนดไว้ในพิกัดอัตราศุลกากร การออกประกาศกระทรวงการคลังตาม มาตรา 12 เป็นการบังคับใช้กับสินค้าที่นำเข้าจากทุกประเทศ
มาตรา 14 เป็นการออกประกาศกระทรวงการคลัง เพื่อปฏิบัติตามข้อผูกพันตามสัญญา หรือความตกลงระหว่างประเทศ ได้แก่ ปรับลดอัตราอากรขาเข้าภายใต้กรอบ FTA ต่าง ๆ ทั้งนี้ ตามมาตร 14 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โดยความเห็นชอบขังคณะรัฐมนตรี มี อำนาจประกาศ ยกเว้น ลด หรือเพิ่มอัตราอากรจากอัตราที่กำหนดไว้ในพิกัดอัตราศุลกากรหรือประกาศเรียกเก็บอากร ตามอัตราที่กำหนดไว้ใน พิกัดอัตราศุลกากร สำหรับของที่มีถิ่นกำเนิดจากประเทศที่ร่วมลงนามหรือลักษณะตามที่ระบุไว้ในสัญญา หรือความตกลงดังกล่าว

- ที่มา : กรมศุลกากร
- วันที่ปรับปรุงล่าสุด : 28 ตุลาคม 2563


- ที่มา : กรมศุลกากร
- วันที่ปรับปรุงล่าสุด : 24 มกราคม 2566

- ที่มา : กรมศุลกากร
- วันที่ปรับปรุงล่าสุด : 25 เมษายน 2567

- ที่มา : กรมศุลกากร
- วันที่ปรับปรุงล่าสุด : 25 กรกฎาคม 2567
การนำสินค้าเข้ามาในราชอาณาจักร ต่อมาภายหลังผู้นำเข้ามีความประสงค์จะส่งสินค้ากลับออกไป สามารถยื่นคำร้องขอปฏิบัติพิธีการส่งของกลับออกไปนอกราชอาณาจักร (Re-Export) ตามมาตรา 28 แห่ง พ.ร.บ. ศุลกากร พ.ศ. 2560 ได้ แต่หากสินค้านั้นเป็นของควบคุมการนำเข้า ของนั้นต้องได้รับอนุญาตให้นำเข้าจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน จึงจะสามารถดำเนินการส่งของกลับได้ เครื่องมือแพทย์เป็นสินค้าที่ต้องมีใบอนุญาตก่อนนำเข้าจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ดังนั้น เมื่อนำเข้ามาและประสงค์จะขอส่งกลับ สามารถแบ่งได้เป็น 2 กรณี.
- ที่มา : กรมศุลกากร
- วันที่ปรับปรุงล่าสุด : 8 สิงหาคม 2562
การยื่นสูตรการผลิตจะต้องยื่นก่อนการส่งออกสินค้า เพื่อนำเลขที่สูตรการผลิต ไปบันทึกในใบขนสินค้าขาออกของผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์ไปต่างประเทศ
- ที่มา : กรมศุลกากร
- วันที่ปรับปรุงล่าสุด : 8 สิงหาคม 2562
ใบขนสินค้าขาเข้า ในส่วนรายการแต่ละรายการที่ใช้สิทธิการคืนอากรตามมาตรา 29 ต้องสำแดงเลข e-tax incentive ของผู้นำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศที่ได้รับอนุมัติหลักการคืนอากรตามมาตรา 29 และในใบขนสินค้าขาออกต้องสำแดงเลข e-tax incentive ของผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์ไปต่างประเทศ
- ที่มา : กรมศุลกากร
- วันที่ปรับปรุงล่าสุด : 8 สิงหาคม 2562

- ที่มา : กรมศุลกากร
- วันที่ปรับปรุงล่าสุด : 26 ธันวาคม 2562

โดยทั่วไป ของที่นำเข้ามาใน หรือ ส่งออกนอกราชอาณาจักร หากเป็นของที่มีกฎหมายควบคุมการนำเข้ามาในหรือส่งออกนอกราชอาณาจักร ผู้นำเข้า ผู้ส่งออกต้องดำเนินการให้ครบถ้วนตามที่กฎหมายอื่นกำหนด เขตปลอดอากร เป็นพื้นที่พิเศษที่มีกฎหมายศุลกากร ยกเว้นหลักการดังกล่าวไว้ตามมาตรา 152 แห่ง พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2560 ดังนี้
ของที่มีบทกฎหมายอื่นควบคุมเกี่ยวกับมาตรฐานหรือคุณภาพ การประทับตรา หรือ เครื่องหมายใด ๆ หากนำของนั้นจากนอกราชอาณาจักรเข้าไปในเขตปลอดอากรทุกพื้นที่ในประเทศไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ ผลิต ผสม ประกอบ บรรจุ หรือดำเนินการอื่นใดเพื่อการส่งออกไปนอกราชอาณาจักร ผู้นำเข้า และผู้ส่งออก ไม่ต้องขออนุญาตหน่วยงานที่กำกับควบคุม การบันทึกข้อมูลในใบขนสินค้าขณะนำเข้า / ส่งออก ในส่วนข้อมูล “ใบอนุญาตฯ” ให้บันทึกดังนี้
ของที่มีบทกฎหมายอื่นควบคุมเกี่ยวกับการนำเข้ามาในราชอาณาจักร การส่งออกไปนอกราชอาณาจักร การครอบครองหรือการใช้ประโยชน์ซึ่งของนั้น หากนำของนั้นเข้าไปในเขตปลอดอากรเฉพาะพื้นที่ที่กำหนดในกฎกระทรวง เท่านั้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ ผลิต ผสม ประกอบ บรรจุ หรือดำเนินการอื่นใดเพื่อการส่งออกไปนอกราชอาณาจักร ผู้นำเข้า / ผู้ส่งออก ไม่ต้องขออนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เขตปลอดอากรที่กำหนดในกฎกระทรวง คือ
การบันทึกข้อมูลในใบขนสินค้าขณะนำเข้า / ส่งออก ในส่วนข้อมูล “ใบอนุญาต” สำหรับของที่ต้องมีใบอนุญาตฯ ไม่ต้องบันทึกข้อมูลใดๆ ระบบคอมพิวเตอรของกรมศุลกากรจะตรวจสอบความถูกต้องในเรื่องใบอนุญาตฯ จากเลขทะเบียนสิทธิประโยชน์ทางภาษ๊อากร (Tax Incentive ID)
กรณีที่มีการปล่อยของที่ได้รับยกเว้นใบอนุญาตฯ ตามข้อ 1 และ ข้อ 2 ออกจากเขตปลอดอากรเพื่อใช้หรือจำหน่ายในราชอาณาจักร กฎหมายศุลกากรกำหนดให้ผู้นำเข้า ต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องนับแต่วันที่นำออกจากเขตปลอดอากร โดยถือเสมือนของนั้นได้นำเข้ามาในราชอาณาจักรในวันที่นำออกจากเขตปลอดอากร ดังนั้น ผู้นำเข้าที่จะนำของออกจากเขตปลอดอากรต้องดำเนินการเรื่องการขออนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยวิธีการเดียวกันกับกรณีของที่นำเข้ามาในราชอาณาจักร
อย่างไรก็ดี หากผู้นำเข้าประสงค์จะดำเนินการในเรื่องการอนุญาตนำเข้า ก่อนการนำของเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ใช้บทยกเว้นดังกล่าว ก็สามารถดำเนินการได้ตามปกติเช่นเดียวกับการนำเข้าอื่น ๆ การบันทึกข้อมูลขณะนำเข้าในใบขนสินค้าขาเข้าที่นำของเข้าเขตปลอดอากรให้บันทึกเช่นเดียวกับการนำเข้าปกติ ในกรณีที่มีการนำของดังกล่าวออกจากเขตปลอดอากรไม่ว่าในสภาพใดก็ตาม ในใบขนสินค้าขาเข้าที่ขอนำของออกจากเขตปลอดอากรประเภท “P” ให้บันทึกข้อมูลในส่วนต่างๆดังนี้
ในส่วนที่เกี่ยวกับการอนุญาต บันทึกดังนี้
ในส่วนรายละเอียดรายการสินค้าแต่ละรายการ
- ที่มา : กรมศุลกากร
- วันที่ปรับปรุงล่าสุด : 2 มิถุนายน 2564
ตามประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การยกเว้นอากรและลดอัตราอากรศุลกากรสำหรับเขตการค้าเสรีอาเซียน-จีน ลงวันที่ 30 ธันวาคม 2564
ข้อ 3 (5) ในกรณีที่ผู้นำของเข้าไม่สามารถแสดงหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า (Form E) ก่อนนำของออกจากอารักขาของศุลกากร แต่ประสงค์จะใช้สิทธิพิเศษทางอากรศุลกากรในการขอยกเว้นอากรหรือลดอัตราอากร ให้แจ้งความประสงค์และชำระค่าอากรในอัตราปกติไปก่อนตามประกาศกรมศุลกากรที่ 218/2564 เรื่อง หลักเกณฑ์และพิธีการสำหรับการยกเว้นอากรและลดอัตราอากรศุลกากร สำหรับเขตการค้าเสรีอาเซียน-จีน
หมวด 3 การปฏิบัติพิธีการศุลกากรสำหรับผู้นำของเข้า
ข้อ 8 กรณีผู้นำของเข้าไม่สามารถแสดงหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า (Form E) ณ ขณะนำของเข้า
ในกรณีผู้นำของเข้าไม่สามารถแสดงหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า (Form E) และ/หรือหนังสือรับรองการได้รับสิทธิ ต่อสำนักงานศุลกากรหรือด่านศุลกากรหรือที่นำของเข้า แต่ประสงค์จะใช้สิทธิพิเศษทางอากรศุลกากร ในการขอยกเว้นอากรหรือลดอัตราอากรศุลกากรให้ปฏิบัติดังนี้
- การจัดทำข้อมูลใบขนสินค้าขาเข้าให้ผู้นำของเข้าแจ้งความประสงค์และชำระค่าอากรในอัตราปกติก่อนนำของออกจากอารักขาศุลกากร และจัดทำข้อมูลใบขนสินค้าขาเข้าตามมาตรฐานที่กรมศุลกากรกำหนด ดังนี้
1.1 ช่อง Argumentative Reason Code ให้ระบุรหัสเหตุผล “P14”
1.2 ช่อง Argumentative Privilege Code ให้ระบุรหัสสิทธิพิเศษ “ACN” ของแต่ละรายการในใบขนสินค้าขาเข้านั้น
1.3 ส่งข้อมูลเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ของกรมศุลกากรหากผู้นำของเข้าได้ส่งข้อมูลเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ของกรมศุลกากรแล้ว แต่ไม่ได้บันทึกข้อมูลแจ้งความประสงค์จะขอใช้สิทธิพิเศษทางอากรตามข้อ 8(1) (1.1) และ (1.2) ในการขอการขอยกเว้นอากร หรือลดอัตราอากรศุลกากรของแต่ละรายการในใบขนสินค้าขาเข้านั้น ให้ผู้นำเข้ายื่นคำร้องขอแก้ไขใบขนสินค้า โดยคำร้องนั้นต้องมีคำชี้แจงเหตุผลประกอบ ก่อนนำของออกจากอารักขาของศุลกากร
- การแสดงหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า (Form E) และ/หรือหนังสือรับรองการได้รับสิทธิเพื่อขอคืนอากร ภายหลังการนำของเข้าต่อสำนักงานศุลกากรหรือด่านศุลกากรหรือที่นำของเข้า”
ที่มา : กรมศุลกากร
วันที่ปรับปรุงล่าสุด : 6 ธันวาคม 2566